ปางที่ 23
ปางห้ามสมุทร
(ปางห้ามพระญาติแย่งน้ำในสมุทร)
พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน  พระหัตถ์ทั้งสองข้าง
ยกขึ้นเสมอพระอุระ ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้าเป็น
กิริยาห้าม ฯ
หลังจากที่พระองค์ได้ส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ส่วน
พระองค์ก็เสด็จไปสู่สำนักของชฎิล 3 พี่น้อง ผู้เป็นที่เคารพ
นับถือของมหาชนในมคธรัฐเป็นอันมาก  ต่อมาก็ทรงทรมาน
พญานาคในโรงไฟอันเป็นที่นับถือของชฎิลให้สิ้นฤทธิ์ และ
ครั้งสุดท้ายทรงทำปาฏิหาริย์ห้ามน้ำ ซึ่งไหลบ่ามาจาก
ทิศต่าง ๆ ท่วมสำนักของชฎิลมิให้เข้ามาในที่พระองค์
ประทับอยู่ พระองค์เสด็จจงกรมภายในวงล้อมของน้ำที่
ท่วมท้นเป็นกำแพงรอบด้าน ครั้งนั้นพวกชฎิลพายเรือมาดู
เห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส แล้วขออุปสมบท พุทธกิริยา
เช่นนี้เป็นพุทธรูปปางห้ามสมุทร ฯ
ในนครกบิลพัสดุ์ เป็นพระนครของเจ้าศากยะพระญาติ
ฝ่ายพุทธบิดา กับนครเทวทหะ นครของเจ้าโกลิยะพระญาติ
ฝ่ายพุทธมารดา ทั้งสองนครตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโรหินี ชาวนา
ของเมืองทั้งสองอาศัยน้ำในแม่น้ำโรหินีนี้ทำนา  สมัยหนึ่ง
น้ำน้อยไม่พอทำนา จึงมีการแย่งน้ำทำนา ชั้นแรก
ก็เป็นการวิวาทเฉพาะบุคคล แต่เมื่อระงับด้วยสันติวิธีไม่ได้
การวิวาทก็ลุกลามมากขึ้น เกิดการด่าว่าถึงชาติโคตร และ
ลามปามไปถึงราชวงศ์ในที่สุด อันเป็นเหตุให้กษัตริย์
ทั้งสองพระนครกรีฑาทัพออกมาประชิดกันยังแม่น้ำโรหินี
เมื่อพระศาสดาทรงทราบ ก็เสด็จไปห้ามสงครามแย้งน้ำ
ระหว่างพระญาติทั้งสอง โดยแสดงให้เห็นโทษความพินาศ
ของชีวิตมนุษย์  และเป็นการทำลายเกียรติของกษัตริย์ เพราะ
เหตุเล็กน้อยคือน้ำ ครั้นพระญาติทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจ
คืนดีกันแล้ว ก็เสด็จพระดำเนินกลับ พุทธกิริยาของพุทธรูป
ปางนี้เรียกว่า ปางห้ามสมุทร บ้าง ปางห้ามญาติ บ้าง ซึ่งทั้ง
สองปางนี้มีอันที่จริงก็เป็นปางเดียวกัน ฯ

|| Previous | Next ||